การกลับบ้านครั้งนี้มีความหมายมากกว่าคำว่า “ย้ายทีม” สำหรับ อันเดร์ เอร์เรรา เมื่อกองกลางชาวสเปนวัย 37 ปี ตัดสินใจกลับไปสวมเสื้อ เรอัล ซาราโกซา สโมสรที่ปลุกปั้นเขาขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากแยกทางกันนานถึง 15 ปี และที่น่าประทับใจยิ่งกว่านั้นคือ เขาเลือกบริจาคค่าเหนื่อยทั้งหมดให้มูลนิธิของสโมสร
เอร์เรราเพิ่งผ่านช่วงเวลาค้าแข้งกับสโมสรระดับแถวหน้าของยุโรปและอเมริกาใต้ ทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และโบคา จูเนียร์ส แต่การกลับมายังซาราโกซาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สโมสรตกต่ำที่สุดช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์
อันเดร์ เอร์เรรา กลับบ้านหลังห่างหาย 15 ปี
เส้นทางของอันเดร์ เริ่มต้นกับเรอัล ซาราโกซา ก่อนที่เขาจะย้ายออกจากสโมสรในปี 2011 หลังลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ไป 86 นัด
ตลอดช่วงเวลา 15 ปีที่ห่างจากบ้านเกิด เอร์เรราสร้างชื่อในระดับสูง ทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงแชมป์ลีกกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง และประสบการณ์ร่วมงานกับกุนซือชื่อดังหลายราย
เขายังเคยอยู่ในห้องแต่งตัวเดียวกับซูเปอร์สตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี, เนย์มาร์ และเวย์น รูนีย์ รวมถึงผ่านเกมระดับยุโรปและฟุตบอลระดับนานาชาติมาอย่างโชกโชน
แต่เมื่อถึงช่วงปลายอาชีพ สิ่งที่เอร์เรราต้องการกลับไม่ใช่สัญญามูลค่ามหาศาลอีกต่อไป
“นี่น่าจะเป็นความฝันสุดท้ายที่ผมอยากทำให้เป็นจริง” เอร์เรรากล่าวถึงการกลับบ้าน
สำหรับเจ้าตัว นี่คือการปิดฉากวงจรชีวิตนักฟุตบอลด้วยสถานที่ที่มีความหมายที่สุดแห่งหนึ่งในชีวิต
เล่นให้ซาราโกซาแบบไม่รับค่าเหนื่อย เพราะอยากช่วยสโมสร
สิ่งที่ทำให้การกลับมาของอันเดร์ แตกต่างจากการย้ายทีมทั่วไป คือการตัดสินใจไม่รับค่าเหนื่อยจากเรอัล ซาราโกซา
เอร์เรราเลือกบริจาคเงินที่ควรจะเป็นค่าจ้างให้กับมูลนิธิของสโมสร เพราะมองว่าตัวเองมีความพร้อมทางการเงินจากความสำเร็จตลอดเส้นทางอาชีพ และต้องการมอบสิ่งนี้กลับคืนให้กับทีมและเมืองที่สร้างเขาขึ้นมา
“ผมไม่จำเป็นต้องมีสัญญา ผมประสบความสำเร็จในอาชีพและดูแลเรื่องการเงินของตัวเองแล้ว”
“ผมสามารถมอบสิ่งนี้ให้ตัวเองได้ การได้สวมเสื้อตัวนี้ฟรี เพราะผมต้องการช่วยสโมสร ทีม และเมืองของผม เป็นสิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจมาก”
การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนความผูกพันระหว่างเอร์เรรากับซาราโกซาได้เป็นอย่างดี เพราะเขาไม่ได้กลับมาเพื่อชื่อเสียงหรือเงินทอง แต่ต้องการช่วยสโมสรผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก
จากทีมลุ้นแชมป์ยุโรป สู่ภารกิจพาซาราโกซากลับคืนลีกสูงสุด
สถานการณ์ของเรอัล ซาราโกซาแตกต่างจากสมัยที่เอร์เรราเคยอยู่กับทีมอย่างสิ้นเชิง
สโมสรตกชั้นจากลาลีกาในฤดูกาล 2012-13 และใช้เวลาหลายปีในดิวิชันสอง ก่อนจะประสบปัญหาอย่างต่อเนื่องจนหล่นลงมาเล่นในลีกระดับสามของสเปน
เอร์เรราเฝ้ามองความตกต่ำของสโมสรจากระยะไกล และยอมรับว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับแฟนบอลซาราโกซา
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ต้องการเสียเวลาอยู่กับความผิดพลาดในอดีต แต่ต้องการมองไปข้างหน้าและช่วยสร้างอนาคตใหม่ให้สโมสร
“หยุดร้องไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เรามาสร้างอนาคตกันดีกว่า และมาซ้อมทุกวันด้วยรอยยิ้ม”
เป้าหมายของเอร์เรราชัดเจน นั่นคือการใช้ประสบการณ์และคุณภาพที่มีช่วยให้เรอัล ซาราโกซากลับขึ้นไปอยู่ในระดับที่เขาเชื่อว่าสโมสรควรอยู่
อันเดร์ เตรียมส่งต่อประสบการณ์ให้แข้งรุ่นใหม่
แม้ภารกิจในสนามยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่เอร์เรราก็เริ่มมองถึงชีวิตหลังแขวนสตั๊ดแล้ว
อดีตกองกลางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่าเขาสนใจการทำงานกับนักเตะเยาวชน เพราะต้องการช่วยให้คนรุ่นใหม่หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่เขาเคยพบเจอ และเรียนรู้ว่าการพัฒนาตัวเองต้องใช้เวลา
หนึ่งในประเด็นที่เอร์เรราให้ความสำคัญคือผลกระทบจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งเขามองว่านักฟุตบอลรุ่นใหม่จำนวนมากพยายามเร่งเส้นทางอาชีพของตัวเองเร็วเกินไป
เขาเชื่อว่านักเตะแต่ละคนมีจังหวะของตัวเอง และการที่ใครบางคนก้าวไปถึงระดับอาชีพก่อน ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะประสบความสำเร็จมากกว่าในระยะยาว
แนวคิดดังกล่าวอาจกลายเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของเอร์เรราในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโค้ชหรือทำงานด้านพัฒนาเยาวชน
อันเดร์ เอร์เรรา ยอมเล่นฟรี! หวนคืน เรอัล ซาราโกซา หวังพาทีมกลับคืนสู่จุดเดิม