หากจะพูดถึงหนึ่งในแมตช์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬาเทนนิส ชื่อของ ราฟาเอล นาดาล และ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ในรอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดัน ปี 2008 ยังคงถูกกล่าวถึงเสมอ แม้เวลาจะผ่านมานานกว่าทศวรรษ
การแข่งขันอันดุเดือดที่กินเวลายาวนานเกือบ 7 ชั่วโมง ท่ามกลางการหยุดแข่งเพราะฝนตกหลายครั้ง จบลงด้วยชัยชนะของนาดาลในวัย 22 ปี ด้วยสกอร์ 6-4, 6-4, 6-7, 6-7 และ 9-7 ซึ่งเจ้าตัวยอมรับในภายหลังว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของชีวิตนักเทนนิส
นาดาลเผยว่าการเอาชนะนักหวดที่ถูกยกให้เก่งที่สุดบนคอร์ตหญ้าอย่างเฟเดอเรอร์ในรอบชิงแกรนด์สแลม คือความสำเร็จที่สร้างความมั่นใจให้กับเขาอย่างมหาศาล
ราฟาเอล นาดาล พิสูจน์ตัวเองมากกว่าการเป็นราชาคอร์ตดิน
แม้จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในศึกเฟรนช์โอเพ่น จนได้รับฉายา “ราชาคอร์ตดิน” แต่ในช่วงแรกของอาชีพ หลายคนยังตั้งคำถามว่า ราฟาเอล นาดาล จะสามารถประสบความสำเร็จบนพื้นสนามประเภทอื่นได้หรือไม่
เจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 22 รายการยอมรับว่า เขาต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขาไม่ใช่นักเทนนิสที่เก่งเฉพาะบนคอร์ตดินเท่านั้น
ก่อนเข้าสู่วิมเบิลดัน 2008 นาดาลเคยพ่ายแพ้ต่อเฟเดอเรอร์ในรอบชิงรายการนี้มาแล้ว 2 ปีติดต่อกัน แต่ประสบการณ์เหล่านั้นกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เขาพัฒนาตัวเองขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งไปกว่านั้น การเอาชนะเฟเดอเรอร์แบบขาดลอยในรอบชิงเฟรนช์โอเพ่นก่อนหน้าเพียงหนึ่งเดือน ยังช่วยเติมความมั่นใจให้เขาเชื่อว่าการคว้าแชมป์วิมเบิลดันเป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้
เกมระดับตำนานที่พลิกประวัติศาสตร์วงการเทนนิส
รอบชิงชนะเลิศปี 2008 กลายเป็นแมตช์ที่แฟนเทนนิสทั่วโลกจดจำ
นาดาลออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเก็บสองเซตแรก ขณะที่เฟเดอเรอร์ เจ้าของแชมป์วิมเบิลดัน 5 สมัยติดต่อกัน ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ และฮึดกลับมาคว้าชัยในไทเบรกของเซตที่สามและสี่
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดเมื่อการแข่งขันต้องหยุดเพราะฝนตกหลายครั้ง ก่อนกลับมาดวลกันต่อท่ามกลางแสงสว่างที่เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ
ในที่สุด นาดาลสามารถเบรกเกมเสิร์ฟสำคัญของเฟเดอเรอร์ในเซตตัดสิน ก่อนปิดแมตช์ได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มจากเซ็นเตอร์คอร์ต
ภาพของเขาทรุดตัวลงบนพื้นหญ้า ก่อนปีนขึ้นอัฒจันทร์ไปฉลองกับครอบครัว กลายเป็นหนึ่งในภาพประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาโลก
ชัยชนะที่ส่ง ราฟาเอล นาดาล สู่ตำแหน่งมือหนึ่งโลก
สำหรับนาดาล ความสำเร็จครั้งนั้นไม่ได้หมายถึงแชมป์วิมเบิลดันเพียงรายการเดียว
เขามองว่าชัยชนะเหนือเฟเดอเรอร์ในวันนั้นคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองมากขึ้น และเป็นก้าวสำคัญสู่การขึ้นเป็นมือหนึ่งของโลกในเวลาต่อมา
หลังจากคว้าแชมป์วิมเบิลดันได้สำเร็จ นาดาลยังเดินหน้าคว้าแชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่น และยูเอส โอเพ่น จนครบ Career Grand Slam พร้อมสร้างชื่อเป็นหนึ่งในนักเทนนิสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
ราฟาเอล นาดาล เปิดใจถึงชัยชนะประวัติศาสตร์วิมเบิลดัน 2008 เกมที่เปลี่ยนเส้นทางสู่ตำนานเทนนิสโลก