ความพ่ายแพ้ ของยอโควิช ในศึกยูเอส โอเพ่น 2026 ครั้งนี้อาจมีความหมายมากกว่าการตกรอบแกรนด์สแลมรายการหนึ่ง หลัง โนวัก ยอโควิช นักเทนนิสวัย 39 ปี ต้องหยุดเส้นทางตั้งแต่รอบแรกด้วยการพ่ายให้กับ มาเรียโน นาโวนี จากอาร์เจนตินา 2-6, 6-4, 6-7, 6-2, 6-1 ท่ามกลางภาพแห่งความผิดหวังและน้ำตาของอดีตมือหนึ่งโลก
ยอโควิชต้องเผชิญปัญหาด้านสภาพร่างกายตลอดการแข่งขันนานกว่า 4 ชั่วโมงครึ่ง ทั้งอาการอาเจียน ตะคริว และความเหนื่อยล้า ก่อนที่ร่างกายจะไม่สามารถตอบสนองได้เหมือนเดิมในช่วงท้ายของแมตช์
ผลการแข่งขันดังกล่าวถือเป็นการตกรอบแรกของแกรนด์สแลมครั้งแรกของยอโควิชนับตั้งแต่ปี 2006 และยังเป็นครั้งแรกที่เขากระเด็นจากรอบแรกของยูเอส โอเพ่นอีกด้วย
ความพ่ายแพ้ ของยอโควิช กับสัญญาณที่น่ากังวล
ตลอดเส้นทางอาชีพ ยอโควิชขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งทางร่างกายและความสามารถในการพลิกสถานการณ์ที่ดูเหมือนหมดหวังให้กลับมาเป็นฝ่ายชนะ แต่เกมกับนาโวนีแสดงให้เห็นว่าความได้เปรียบดังกล่าวอาจไม่ได้อยู่กับเขาเหมือนในอดีต
ยอโควิชเริ่มต้นการแข่งขันได้ดีและเคยนำคู่แข่งในหลายช่วงของแมตช์ แต่ปัญหาทางร่างกายเริ่มส่งผลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนและชื้นของนิวยอร์ก
เจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 24 รายการต้องเรียกทีมแพทย์เข้ามาดูแล และมีจังหวะที่ดูหมดแรงระหว่างเกม ก่อนจะไม่สามารถรักษาระดับการเล่นเอาไว้ได้ในสองเซตสุดท้าย
หลังจบการแข่งขัน ยอโควิชยอมรับว่าการลงเล่นครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ยากลำบาก และเขาไม่สามารถสนุกกับการแข่งขันได้เหมือนที่ต้องการ
ยอโควิชหลุดท็อป 10 ครั้งแรกในรอบหลายปี
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่การตกรอบเท่านั้น แต่ยังทำให้อันดับโลกของยอโควิชเตรียมหลุดจากกลุ่ม 10 อันดับแรกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2018
สถิติสำคัญอีกอย่างคือสถิติชนะในรอบแรกของแกรนด์สแลม 78 นัดติดต่อกันต้องยุติลง ขณะที่สถิติไร้พ่ายในสองรอบแรกของยูเอส โอเพ่น ซึ่งเคยอยู่ที่ 37-0 ก็สิ้นสุดลงเช่นกัน
ก่อนการแข่งขันที่นิวยอร์ก ยอโควิชยังคงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในนักเทนนิสที่มีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์ในรายการใหญ่ แม้จะเข้าสู่ช่วงปลายอาชีพแล้วก็ตาม
เขาเพิ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพดังกล่าวที่วิมเบิลดัน เมื่อสามารถต่อกรกับคู่แข่งที่อายุน้อยกว่าได้อย่างสูสี และยังเคยเอาชนะ ยานนิค ซินเนอร์ ในรอบก่อนรองชนะเลิศออสเตรเลียน โอเพ่นเมื่อต้นปี
แต่การตกรอบเร็วทั้งที่เฟรนช์ โอเพ่นและยูเอส โอเพ่น ทำให้ความหวังในการคว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 25 ซึ่งจะทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลประเภทชายเดี่ยว เริ่มมีความไม่แน่นอนมากขึ้น
ปัญหาสภาพร่างกายเริ่มกลายเป็นประเด็นใหญ่
หนึ่งในประเด็นที่น่าจับตามองหลังความพ่ายแพ้ ของยอโควิช คือปัญหาด้านสุขภาพที่เจ้าตัวยอมรับว่ารบกวนเขามาระยะหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อแข่งขันในสภาพอากาศร้อนและมีความชื้นสูง
ก่อนหน้านี้ ยอโควิชเพิ่งประสบปัญหาคล้ายกันในศึกซินซินเนติ มาสเตอร์ส ซึ่งเขาต้องยุติเส้นทางเร็วกว่าที่คาดหลังมีอาการผิดปกติทางร่างกาย
ที่ยูเอส โอเพ่น แม้หลังคาสนามอาร์เธอร์ แอชจะถูกปิดเพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศ แต่ปัญหาของยอโควิชเริ่มเกิดขึ้นไปแล้ว และท้ายที่สุดเขาต้องรับมือกับอาการตะคริวและความเหนื่อยล้าอย่างหนัก
สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มคำถามว่า ร่างกายของยอโควิชยังสามารถรองรับการแข่งขันระดับสูงแบบ 5 เซตได้อีกนานเพียงใด
แล้วอนาคตของยอโควิชจะเป็นอย่างไร?
แม้ความพ่ายแพ้ครั้งนี้จะสร้างข้อสงสัยเกี่ยวกับอนาคต แต่ยอโควิชยังไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะประกาศเลิกเล่นในเร็ว ๆ นี้
เจ้าตัวเคยระบุว่าต้องการเล่นต่อไปจนถึงโอลิมปิก 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็อาจกลายเป็นเวทีที่เหมาะสมสำหรับการปิดฉากอาชีพอันยิ่งใหญ่ของเขา
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยอโควิชต้องให้ความสำคัญในเวลานี้อาจไม่ใช่เพียงการคว้าแชมป์ แต่คือการหาวิธีรับมือกับปัญหาทางร่างกายและจัดโปรแกรมการแข่งขันให้เหมาะสมกับวัย
ในปี 2026 เขาลงแข่งขันเพียง 7 รายการ และมีจำนวนแมตช์ระดับทัวร์เพียง 21 นัด ซึ่งเป็นจำนวนต่ำที่สุดของเขานับตั้งแต่ปี 2004 สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามบริหารร่างกายในช่วงท้ายของอาชีพ
ความพ่ายแพ้ ของยอโควิช สะเทือนวงการ หลังร่วงรอบแรก US Open 2026