ข้อตกลงของนอร์ริส กับ McLaren ที่ขยายสัญญาไปจนถึงปี 2030 กำลังถูกจับตามองว่าจะส่งผลอย่างไรต่ออนาคตของ ออสการ์ ปิอัสตรี หลังผลงานของนักขับออสเตรเลียในฤดูกาล 2026 ยังไม่สามารถทำได้ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา
หลังผ่านการแข่งขัน 12 สนาม ปิอัสตรีรั้งอันดับ 7 ของตารางนักขับ มี 55 คะแนนตามหลัง แลนโด นอร์ริส เพื่อนร่วมทีม ขณะที่นอร์ริสกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรงด้วยการคว้าชัยชนะ 2 สนามติดต่อกัน ก่อนเข้าสู่ศึกอิตาเลียน กรังด์ปรีซ์ที่มอนซา
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า ปิอัสตรีกำลังเสียพื้นที่ในทีม McLaren ให้กับนอร์ริสหรือไม่ โดยเฉพาะหลังทีมเคยแสดงความสนใจในตัว แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
ข้อตกลงของนอร์ริสกับ McLaren ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนอย่างไร
การต่อสัญญาของนอร์ริสถือเป็นการยืนยันว่า McLaren ยังคงวางใจในตัวแชมป์โลกคนปัจจุบัน และต้องการสร้างทีมโดยมีเขาเป็นหนึ่งในแกนหลักต่อไป
ขณะที่ ปิอัสตรี ยังมีสัญญากับ McLaren อย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2027 ดังนั้นในระยะสั้นอนาคตของเขายังไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต
อย่างไรก็ตาม ผลงานในสนามกลับสร้างแรงกดดันขึ้นเรื่อย ๆ
ฤดูกาล 2025 ปิอัสตรีเคยถูกมองว่ามีโอกาสลุ้นแชมป์โลกเป็นครั้งแรก ก่อนฟอร์มจะตกลงในช่วงท้ายฤดูกาล ส่วนในปีนี้ นอร์ริสกลับยกระดับการขับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นหนึ่งในนักขับที่โดดเด่นที่สุดของฤดูกาล
สถิติการควอลิฟายก็เป็นตัวเลขที่น่าสนใจ นอร์ริสนำปิอัสตรี 12-4 ในการดวลรอบคัดเลือก แม้เมื่อวัดความเร็วเฉลี่ยในหนึ่งรอบแล้ว ช่องว่างกลับมีเพียงประมาณ 0.071 วินาที
ความแตกต่างสำคัญจึงอยู่ที่การแข่งขันจริง ซึ่งนอร์ริสทำผลงานได้สม่ำเสมอกว่าอย่างชัดเจน
ปิอัสตรีต้องเร่งคืนฟอร์ม ท่ามกลางเงา นอร์ริส
หนึ่งในเหตุผลที่อธิบายผลงานของปิอัสตรีได้ คือธรรมชาติของรถ McLaren รุ่นปัจจุบันที่มีแรงกดน้อยลง และมีสถานการณ์สนามที่ต้องรับมือกับสภาพพื้นผิวที่มีการยึดเกาะต่ำมากขึ้น
ปิอัสตรีมีจุดแข็งในโค้งความเร็วสูง แต่การเปลี่ยนแปลงของการใช้พลังงานและการชาร์จแบตเตอรี่ทำให้ลักษณะโค้งเหล่านั้นไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้เขามากเหมือนเดิม
Andrea Stella หัวหน้าทีม McLaren มองว่าปัญหาของปิอัสตรีเป็นเรื่องทางเทคนิคและการปรับรูปแบบการขับมากกว่าจะเป็นปัญหาด้านสภาพจิตใจ
เมื่อรถมีการยึดเกาะต่ำ นักขับต้องปรับความคาดหวังและวิธีควบคุมรถ ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาในแต่ละรอบไปเล็กน้อย แต่เมื่อการแข่งขันในกลุ่มหัวแถวสูสีกันเพียงเสี้ยววินาที ช่องว่างเล็ก ๆ ก็สามารถทำให้ตำแหน่งบนกริดเปลี่ยนแปลงได้อย่างมาก
ผลงานของปิอัสตรีในฮังการีสะท้อนเรื่องนี้ได้ดี เขาเคยขึ้นนำหลังนอร์ริสพลาดในช่วงต้นการแข่งขัน แต่จังหวะต้องแซงรถของ คาร์ลอส ไซน์ซ ทำให้เสียเวลา ก่อนจะประสบปัญหาเกียร์และต้องออกจากการแข่งขัน
แล้วโอกาสของ เวอร์สแตพเพน ยังมีผลหรือไม่?
ประเด็นที่ทำให้อนาคตของปิอัสตรีถูกพูดถึงมากขึ้น คือความสนใจของ McLaren ที่เคยพยายามดึง แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์
หากดีลดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ปิอัสตรีถูกมองว่าอาจเป็นคนที่ต้องเสียตำแหน่งในทีม เพราะนอร์ริสมีสถานะที่แข็งแกร่งจากผลงานและข้อตกลงระยะยาวฉบับใหม่
แต่สถานการณ์ในเวลานี้เปลี่ยนไปแล้ว หลังเวอร์สแตพเพนต่อสัญญากับ Red Bull อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงของเขามีเงื่อนไขด้านผลงาน ซึ่งอาจเปิดช่องให้สถานการณ์กลับมาเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต หาก Red Bull ยังไม่สามารถกลับมาเป็นทีมลุ้นแชมป์ได้
ดังนั้น ปิอัสตรีจึงไม่สามารถวางใจได้เต็มที่ แม้จะยังมีสัญญากับ McLaren ไปจนถึงปี 2027
มอนซาคืออีกบททดสอบสำคัญ
การแข่งขันที่อิตาลีสุดสัปดาห์นี้จึงเป็นอีกโอกาสสำคัญสำหรับปิอัสตรีในการตอบคำถามเรื่องฟอร์มการขับของตัวเอง ขณะเดียวกันนอร์ริสกำลังไล่ล่าชัยชนะเป็นสนามที่สามติดต่อกัน
สำหรับ McLaren การมีนักขับสองคนที่สามารถต่อสู้เพื่อชัยชนะคือสถานการณ์ที่ทีมต้องการ แต่หากช่องว่างระหว่างทั้งคู่ยังเพิ่มขึ้น ความกดดันก็จะตกอยู่กับปิอัสตรีมากขึ้นเรื่อยๆ
ข้อตกลงของนอร์ริสกระทบ ปิอัสตรี? เปิดอนาคต McLaren หลังฟอร์มต่างกัน