เฟลมิง รับตำแหน่งโค้ช ทีมชาติอังกฤษชุดทดสอบ พร้อมดึง โจ รูต คืนปลอกแขนกัปตัน

เฟลมิง รับตำแหน่งโค้ช

เฟลมิง รับตำแหน่งโค้ช ทีมคริกเก็ตอังกฤษชุดทดสอบ (Test Team) อย่างเป็นทางการ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการคริกเก็ตอังกฤษ หลังสมาคมคริกเก็ตอังกฤษและเวลส์ (ECB) แต่งตั้ง สตีเฟน เฟลมิง อดีตกัปตันทีมชาตินิวซีแลนด์ เข้ามาคุมทีม พร้อมประกาศให้ โจ รูต กลับมารับบทกัปตันทีมอีกครั้ง

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก เบรนดอน แม็คคัลลัม พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าโค้ชทีมทดสอบ แม้ยังคงรับผิดชอบทีมคริกเก็ตประเภทวันเดย์และที20ต่อไป ขณะที่ เบน สโตกส์ ประกาศอำลาการเล่นทีมชาติ ทำให้ตำแหน่งกัปตันทีมว่างลง

เฟลมิง รับตำแหน่งโค้ช พร้อมภารกิจพาอังกฤษคืนสู่เส้นทางความสำเร็จ

แม้จะเป็นครั้งแรกที่ สตีเฟน เฟลมิง รับงานคุมทีมชาติในฐานะหัวหน้าโค้ช แต่เจ้าตัวถือเป็นหนึ่งในโค้ชที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการคริกเก็ต หลังพา เชนไน ซูเปอร์ คิงส์ คว้าแชมป์อินเดียนพรีเมียร์ลีก (IPL) ถึง 5 สมัย ตลอดระยะเวลา 17 ปี

กุนซือวัย 53 ปี เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสคุมทีมชาติอังกฤษ พร้อมตั้งเป้าสร้างทีมที่แข็งแกร่งทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเชื่อว่าขุมกำลังดาวรุ่งของอังกฤษยังมีศักยภาพพัฒนาไปสู่ระดับโลกได้อีกมาก

อย่างไรก็ตาม เฟลมิง จะยังไม่เริ่มงานทันทีในซีรีส์พบปากีสถานช่วงเดือนสิงหาคม เนื่องจากจะใช้เวลาพักกับครอบครัวที่นิวซีแลนด์ ก่อนเดินทางมารับงานเต็มตัวเพื่อเตรียมทีมสำหรับทัวร์แอฟริกาใต้ในเดือนธันวาคม

โจ รูต คืนตำแหน่งกัปตัน หลังเคยสร้างสถิติชนะมากที่สุดของอังกฤษ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการกลับมาของ โจ รูต ในฐานะกัปตันทีมทดสอบ หลังเคยทำหน้าที่ระหว่างปี 2017-2022 และพาทีมคว้าชัยชนะถึง 27 นัดจาก 65 เกม ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของกัปตันทีมชาติอังกฤษในคริกเก็ตประเภทนี้

รูต ซึ่งปัจจุบันอายุ 35 ปี เป็นเจ้าของสถิติผู้ทำคะแนนสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติอังกฤษในคริกเก็ตทดสอบ ด้วยผลงานกว่า 14,000 รัน และรั้งอันดับสองของโลก รองจาก ซาชิน เทนดูลการ์ ตำนานชาวอินเดีย

เจ้าตัวยอมรับว่าการได้ร่วมงานกับเฟลมิงถือเป็นแรงกระตุ้นครั้งใหม่ พร้อมเชื่อว่าประสบการณ์และแนวคิดของกุนซือชาวนิวซีแลนด์จะช่วยยกระดับทีมกลับมาแข่งขันกับมหาอำนาจคริกเก็ตของโลกได้อีกครั้ง

อังกฤษหวังยุติช่วงผลงานตกต่ำ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังผลงานของทีมชาติอังกฤษในคริกเก็ตทดสอบเริ่มตกลงอย่างต่อเนื่อง แม้ยุคของแม็คคัลลัมจะออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการชนะ 10 จาก 12 นัดแรก

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นอังกฤษเก็บชัยชนะได้เพียง 17 นัด และแพ้ถึง 18 เกมจาก 37 แมตช์หลังสุด อีกทั้งยังไม่สามารถคว้าแชมป์ซีรีส์แบบหลายแมตช์ได้เลยนับตั้งแต่ปลายปี 2024

ความพ่ายแพ้ต่อออสเตรเลียในศึกแอชเชส รวมถึงการแพ้นิวซีแลนด์ในบ้าน กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การปรับโครงสร้างทีมครั้งใหญ่

ความท้าทายใหม่ของเฟลมิง

นอกจากการฟื้นฟูผลงานของทีมแล้ว เฟลมิงยังต้องบริหารนักกีฬารุ่นใหม่ให้เติบโตควบคู่กับแกนหลักอย่าง โจ รูต รวมถึงประสานการทำงานกับ เบรนดอน แม็คคัลลัม ซึ่งยังดูแลทีมคริกเก็ตประเภทลิมิเต็ดโอเวอร์ส

ด้วยประสบการณ์ทั้งในฐานะอดีตกัปตันทีมชาตินิวซีแลนด์และโค้ชระดับสโมสรที่ประสบความสำเร็จ เฟลมิงถูกคาดหวังว่าจะสามารถพาอังกฤษกลับมาเป็นหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์ของโลกได้อีกครั้ง

#อัพเดททันทุกข่าวบาส
#อัพเดทข่าวบอลโลก
#ข่าวบอลอัปเดตล่าสุด