เนลลี คอร์ดา โปรกอล์ฟสาวมือหนึ่งของโลกจากสหรัฐฯ สร้างผลงานยอดเยี่ยมด้วยการคว้าแชมป์ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น 2026 ได้เป็นครั้งแรกในอาชีพ หลังเฉือนเอาชนะ ชาร์ลีย์ ฮัลล์ จากอังกฤษแบบสุดสูสีเพียงสโตรกเดียว ในการแข่งขันรอบสุดท้ายที่สนามริเวียรา คันทรี คลับ ลอสแอนเจลิส
โปรสาววัย 27 ปี ปิดรอบสุดท้ายด้วยสกอร์ 2 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสี่วันจบที่ 8 อันเดอร์พาร์ พร้อมคว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่ 4 ของตัวเอง และยังเป็นการคว้าแชมป์สองรายการติดต่อกันในฤดูกาลนี้ หลังเพิ่งได้แชมป์ Chevron Championship เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
เนลลี คอร์ดา พลิกเกมช่วงท้ายก่อนซิวแชมป์เมเจอร์
ไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันเกิดขึ้นที่หลุม 17 เมื่อ เนลลี คอร์ดา เก็บเบอร์ดี้สำคัญได้สำเร็จ ส่งผลให้เธอขึ้นนำเดี่ยวในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนปิดจ็อบด้วยพัตต์พาร์ระยะ 34 นิ้วในหลุม 18 ซึ่งลูกกอล์ฟหมุนอยู่บริเวณขอบหลุมเล็กน้อยก่อนตกลงไป ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้อง
หลังคว้าแชมป์ คอร์ดาเผยความรู้สึกว่า การได้ชูถ้วยรายการนี้ถือเป็นความฝันที่กลายเป็นจริง เพราะสนามแห่งนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของวงการกอล์ฟหญิงระดับโลก
ชัยชนะครั้งนี้ยังตอกย้ำสถานะของเธอในฐานะโปรหญิงที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดของปี 2026
ชาร์ลีย์ ฮัลล์ ฮึดไล่สุดแรง แต่พลาดแชมป์อีกครั้ง
ด้าน ชาร์ลีย์ ฮัลล์ แม้จะออกสตาร์ตตามหลังถึง 7 สโตรกหลังผ่านครึ่งทางของการแข่งขัน แต่เจ้าตัวเร่งฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมในสองวันสุดท้าย
โปรสาวอังกฤษทำสกอร์ 65 ในรอบสาม ก่อนปิดท้ายด้วย 4 อันเดอร์พาร์ 67 ในรอบสุดท้าย รวมจบที่ 7 อันเดอร์พาร์ เทียบสถิติ 36 หลุมสุดท้ายต่ำสุดในประวัติศาสตร์รายการ US Women’s Open
อย่างไรก็ตาม เธอยังต้องอกหักกับตำแหน่งรองแชมป์เมเจอร์อีกครั้ง ซึ่งนับเป็นรองแชมป์เมเจอร์ครั้งที่ 5 ในอาชีพ และเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา
ฮัลล์ยอมรับหลังจบการแข่งขันว่า รู้สึกเสียดายกับโอกาสที่หลุดลอย แต่ก็พอใจกับฟอร์มการเล่นของตัวเองในวันสุดท้าย พร้อมยกเครดิตให้คอร์ดาที่เล่นได้แข็งแกร่งกว่าในช่วงสำคัญ
เนลลี คอร์ดา เดินหน้าล่าแชมป์ต่อในฤดูกาล 2026
นอกจากการคว้าแชมป์เมเจอร์เพิ่มอีกหนึ่งรายการแล้ว ผลงานของ เนลลี คอร์ดา ยังส่งสัญญาณชัดเจนว่าเธอกำลังอยู่ในช่วงพีคที่สุดของอาชีพ
การเล่นที่นิ่งขึ้น เกมพัตต์ที่เฉียบคม และการตัดสินใจในจังหวะกดดัน ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเธอมีลุ้นเดินหน้ากวาดแชมป์ใหญ่อีกหลายรายการในปีนี้
ขณะที่แฟนกอล์ฟทั่วโลกต่างจับตาว่า โปรสาวมือหนึ่งโลกจะสามารถรักษาฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปลายฤดูกาลได้หรือไม่