อาร์เธอร์ เฟรี ต้องยุติเส้นทางศึก US Open 2026 ตั้งแต่รอบแรก หลังเจองานหนักอย่าง ลอเรนโซ มูเซ็ตติ มือวางอันดับ 13 ของรายการ และพ่ายไป 3 เซตรวด 3-6, 3-6, 5-7 แม้ความพ่ายแพ้จะน่าผิดหวัง แต่ฤดูกาลแจ้งเกิดของนักหวดชาวอังกฤษยังคงเต็มไปด้วยพัฒนาการครั้งสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างเซอร์ไพรส์ทะลุรอบรองชนะเลิศวิมเบิลดันจนก้าวขึ้นมาติดท็อป 40 ของโลก
อาร์เธอร์ เฟรี เจองานหินตั้งแต่รอบแรก US Open
เดิมที เฟรี เกือบได้สถานะมือวางในรายการแกรนด์สแลมที่นิวยอร์ก หลังอันดับโลกขยับขึ้นมาถึงมือ 33 แต่การจัดอันดับที่กำหนดให้ผู้เล่น 32 คนแรกเป็นมือวาง ทำให้เขาพลาดโอกาสเพียงเล็กน้อย
ผลจับสลากยิ่งเพิ่มความยาก เมื่อคู่แข่งรอบแรกคือมูเซ็ตติ นักเทนนิสอิตาลีที่ผ่านประสบการณ์ในเวทีใหญ่และเคยขึ้นถึงรอบรองชนะเลิศทั้งเฟรนช์ โอเพ่นและวิมเบิลดัน รวมถึงเข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้ายของ US Open เมื่อปีที่ผ่านมา
มูเซ็ตติเพิ่งกลับมาลงเล่นแกรนด์สแลมหลังพลาดสองรายการก่อนหน้านี้จากอาการบาดเจ็บต้นขา แต่เกมของเขากำลังกลับมาเข้าที่ และนั่นทำให้ เฟรี ต้องเจอกับบททดสอบระดับสูงทันทีในเกมเปิดตัวที่ฟลัชชิง เมโดวส์
ปัญหาเสิร์ฟทำ เฟรี เสียจังหวะสำคัญ
เฟรีเริ่มต้นการแข่งขันได้อย่างมีความหวัง และดูเหมือนจะปรับตัวเข้ากับบรรยากาศสนาม Grandstand ได้ดี หลังเพิ่งผ่านประสบการณ์คว้ารองแชมป์ ATP รายการแรกในชีวิตที่วินสตัน-ซาเลม
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนของเซตแรกเกิดขึ้นเมื่อเขาทำดับเบิลฟอลต์ติดต่อกันสองครั้ง เปิดโอกาสให้มูเซ็ตติเบรกเสิร์ฟ ก่อนที่นักหวดอิตาลีจะรักษาความได้เปรียบและปิดเซต 6-3
เซตสองยิ่งเป็นงานยากขึ้น เพราะแบ็กแฮนด์มือเดียวอันเป็นเอกลักษณ์ของมูเซ็ตติสร้างปัญหาให้เฟรีอย่างต่อเนื่อง นักหวดเจ้าถิ่นจากสหราชอาณาจักรไม่สามารถสร้างจังหวะบุกได้สม่ำเสมอ และตกเป็นฝ่ายตามสองเซต
เฟรียังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ในเซตสาม เมื่อเบรกเสิร์ฟได้ตั้งแต่ต้นเซตและออกนำ 2-0 จนทำให้แฟนเทนนิสในสนามเริ่มมองเห็นโอกาสในการกลับมา
แต่ความหวังดังกล่าวอยู่ได้ไม่นาน มูเซ็ตติเร่งเกมกลับคืนทันทีด้วยการเก็บสี่เกมรวด ขณะที่ความผิดพลาดของเฟรีเริ่มเพิ่มขึ้นตามความเหนื่อยล้า
เฟรีสู้ถึงที่สุด แต่ปิดเกมไม่ลง
ช่วงท้ายการแข่งขัน เฟรีพยายามสร้างแรงกดดันกลับคืนและสามารถเซฟแมตช์พอยต์ได้หนึ่งครั้งจากเกมเสิร์ฟของตัวเอง ก่อนเบรกกลับมาเสมอ 5-5 ท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟน ๆ
แต่จังหวะสำคัญกลับไม่เป็นใจ เพราะเฟรีไม่สามารถรักษาโมเมนตัมเอาไว้ได้ มูเซ็ตติฉวยโอกาสจากเกมถัดมา ก่อนปิดแมตช์ด้วยชัยชนะ 7-5 ในเซตสุดท้ายจากแมตช์ที่ใช้เวลาต่อสู้กันอย่างเข้มข้น
เฟรียอมรับหลังเกมว่าเซอร์วิสของเขาไม่อยู่ในระดับที่ต้องการ และการเผชิญหน้ากับผู้เล่นระดับท็อปทำให้ทุกความผิดพลาดมีราคาที่ต้องจ่าย
อย่างไรก็ตาม เขามองเห็นจุดที่ต้องพัฒนาต่ออย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเสิร์ฟและการรับมือกับสถานการณ์กดดันในแต้มสำคัญ
จากดาวรุ่งวิมเบิลดัน สู่การก้าวขึ้นระดับท็อปของโลก
แม้ US Open จะจบเร็วกว่าที่หวัง แต่ปี 2026 ถือเป็นฤดูกาลที่เปลี่ยนชีวิตของ เฟรี อย่างแท้จริง
เมื่อหนึ่งปีก่อนเขายังอยู่นอกท็อป 200 ของโลก แต่ผลงานที่วิมเบิลดันทำให้เฟรีกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวเซอร์ไพรส์ของวงการเทนนิสอังกฤษ เขาสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักหวดชายที่ได้รับไวลด์การ์ดและผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศวิมเบิลดันเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี
ผลงานดังกล่าวส่งอันดับโลกจากที่ 114 ขึ้นมาอยู่ในกลุ่มท็อป 40 และทำให้เฟรีได้รับการจับตามองมากขึ้นในฐานะนักเทนนิสอังกฤษรุ่นใหม่
ก่อนเข้าสู่ US Open เขายังเพิ่มผลงานสำคัญด้วยการผ่านเข้าชิงชนะเลิศ ATP ครั้งแรกที่วินสตัน-ซาเลม ซึ่งช่วยให้อันดับโลกของเขาขยับเข้าใกล้ท็อป 30 มากขึ้น
เฟรียืนยันว่าเขาไม่มีความเสียใจกับการลงแข่งขันที่วินสตัน-ซาเลมก่อนเดินทางมาเล่น US Open แม้ตารางการแข่งขันจะค่อนข้างกระชั้นชิด เพราะการได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องคือส่วนหนึ่งของชีวิตนักเทนนิสอาชีพ
เป้าหมายต่อไปคือการยกระดับตัวเองในทัวร์เอเชีย
การตกรอบที่นิวยอร์กไม่ได้ทำให้เส้นทางของเฟรีชะลอลง เพราะช่วงต่อไปของฤดูกาลยังเปิดโอกาสให้เขาเก็บคะแนนและสร้างอันดับโลกต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแข่งขันฮาร์ดคอร์ตในเอเชีย
เฟรีมีคะแนนเก่าให้ป้องกันไม่มากนัก จึงมีโอกาสขยับอันดับขึ้นได้อีกหากรักษาฟอร์มจากช่วงกลางฤดูกาลเอาไว้
การเผชิญหน้ากับมูเซ็ตติจึงอาจเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญสำหรับเขา เพราะได้สัมผัสโดยตรงว่าการเล่นกับนักเทนนิสระดับแนวหน้าของ ATP ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความเด็ดขาดมากเพียงใด
อาร์เธอร์ เฟรี พ่ายมูเซ็ตติ US Open 2026 จบเส้นทางรอบแรก หลังแจ้งเกิดสุดปังที่วิมเบิลดัน