คริกเก็ต T20 นานาชาติ อังกฤษถล่มอินเดีย 125 รันส์ ทำสถิติพ่ายยับที่สุดในประวัติศาสตร์

คริกเก็ต T20 นานาชาติ

ศึก คริกเก็ต T20 นานาชาติ ระหว่างอังกฤษกับอินเดีย ที่สนามเทรนต์บริดจ์ กลายเป็นเกมที่แฟนกีฬาต้องจดจำ หลังทีมชาติอังกฤษระเบิดฟอร์มทั้งเกมรุกและเกมรับ เอาชนะอินเดียไปแบบขาดลอย 125 รันส์ พร้อมสร้างสถิติใหม่ให้กับทีมเยือนในฐานะความพ่ายแพ้ที่หนักที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน T20 International

ชัยชนะนัดนี้ทำให้อังกฤษออกนำซีรีส์ 5 นัดเป็น 2-0 และต้องการอีกเพียงชัยชนะเดียวในเกมถัดไปที่เมืองบริสตอล ก็จะคว้าแชมป์ซีรีส์ทันที

คริกเก็ต T20 นานาชาติ อังกฤษระเบิดเกมรุก ก่อนโบว์ลิ่งปิดเกมสุดเฉียบ

อังกฤษเริ่มต้นด้วยการตีได้ 201/7 จาก 20 โอเวอร์ โดย ฟิล ซอลต์ เป็นกำลังหลัก ทำ 70 รันส์จาก 44 ลูก ขณะที่ แซม เคอร์แรน ปิดท้ายอย่างยอดเยี่ยมด้วย 41 รันส์แบบไม่เสียวิกเก็ตจาก 24 ลูก ช่วยให้เจ้าถิ่นตั้งเป้าหมายไว้ที่ 202 รันส์

แม้อังกฤษจะออกสตาร์ตไม่หวือหวา แต่การเร่งเกมในช่วงท้ายอินนิงส์ทำให้สกอร์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นเป้าหมายที่กดดันอินเดียทันที

เมื่อถึงคราวลงเล่นเกมรับ จอฟรา อาร์เชอร์ และ จอช ทองก์ สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน ด้วยการขว้างลูกความเร็วเกิน 90 ไมล์ต่อชั่วโมง จนแนวตีของอินเดียรับมือไม่ไหว

อาร์เชอร์เก็บ 3 วิกเก็ต เสียเพียง 29 รันส์ ส่วนทองก์ทำผลงานยอดเยี่ยมที่สุดด้วย 4 วิกเก็ต เสีย 28 รันส์ ส่งผลให้อินเดียถูกปิดเกมอย่างรวดเร็ว

อินเดียพังตั้งแต่ต้นเกม สร้างสถิติแพ้ยับในศึก T20

การไล่ล่าคะแนนของอินเดียแทบไม่เคยเข้าสู่เกม หลังเสียถึง 5 วิกเก็ตภายในช่วงพาวเวอร์เพลย์ และถูกกดดันจากการขว้างลูกสั้นของอังกฤษตลอดทั้งอินนิงส์

หนึ่งในจังหวะสำคัญคือการเสียวิกเก็ตของดาวรุ่งวัย 15 ปี ไวบาฟ ซูรียาวันชี ที่เริ่มต้นได้ดีด้วยการตีสองลูกเป็น 12 รันส์ แต่สุดท้ายพลาดโดนลูกเด้งของอาร์เชอร์จนถูกจับออก

หลังจากนั้น อินเดียไม่สามารถสร้างความร่วมมือในเกมรุกได้เลย ก่อนถูกไล่ออกหมดใน 76 รันส์ จากเพียง 11.4 โอเวอร์

ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นคะแนนรวมต่ำสุดอันดับสองของอินเดียในการแข่งขัน T20 International และยังเป็นความพ่ายแพ้ด้วยผลต่าง 125 รันส์ ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติอินเดียในรูปแบบ T20

อังกฤษเข้าใกล้แชมป์ซีรีส์ หลังโชว์ฟอร์มสมบูรณ์แบบ

ชัยชนะครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสมดุลของทีมอังกฤษ ทั้งการตีที่มีประสิทธิภาพและการขว้างที่เฉียบคม โดยเฉพาะเกมของอาร์เชอร์และทองก์ที่สร้างแรงกดดันให้กับแนวตีของอินเดียตั้งแต่โอเวอร์แรก

นอกจากนี้ ฟอร์มของ แซม เคอร์แรน ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ หลังทำผลงานโดดเด่นทั้งในเกมรุก และไม่จำเป็นต้องลงมาขว้างลูกเพราะเพื่อนร่วมทีมจัดการเกมได้อย่างยอดเยี่ยม

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน อังกฤษถือความได้เปรียบเต็มตัว และมีโอกาสปิดซีรีส์ในเกมที่ 4 หากสามารถเก็บชัยชนะได้อีกหนึ่งนัด

#อัพเดททันทุกข่าวบาส
#อัพเดทข่าวบอลโลก
#ข่าวบอลอัปเดตล่าสุด