การแข่งขันบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์จบลงด้วยความผิดหวังของแฟนบอลเจ้าถิ่น หลัง ลิเวอร์พูลเเพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 ในเกมที่รูปเกมสูสี แต่รายละเอียดเล็กๆ กลับกลายเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์
แม้ “หงส์แดง” จะพยายามเร่งเครื่องในช่วงครึ่งหลัง และได้ผลงานส่วนตัวที่น่าชื่นชมจาก โดมินิค โซโบซไล แต่ความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้ายยังเป็นจุดที่ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ขาดหายไป โดยเฉพาะจังหวะสำคัญของ อูโก เอกิติเก้ ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนของเกม
โซโบซไลพาเกมรุกฟื้น แต่แนวรับพลาดง่ายเกินไป
ลิเวอร์พูลออกสตาร์ตเกมด้วยความรัดกุม แต่แนวรับกลับเสียประตูจากจังหวะสวนกลับเร็วของแมนฯ ซิตี้ ทำให้ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังตั้งแต่ครึ่งแรก
อย่างไรก็ตาม โดมินิค โซโบซไล เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของเจ้าบ้าน มิดฟิลด์ทีมชาติฮังการีคุมจังหวะเกมแดนกลางได้ดี วิ่งไม่มีหมด และเป็นคนทำประตูตีไข่แตกให้ลิเวอร์พูลกลับมามีความหวัง
แต่ปัญหาหลักของทีมยังคงเป็นเกมรับที่เสียสมาธิในช่วงสำคัญ ทำให้โดนประตูที่สองในช่วงท้ายเกมจากการเสียพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษ ส่งผลให้ ลิเวอร์พูลเเพ้ ในเกมที่ไม่ควรพลาด
เอกิติเก้พลาดโอกาสทอง ลิเวอร์พูลเเพ้ สกอร์ไม่สะท้อนรูปเกม
จังหวะที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือโอกาสหลุดเดี่ยวของ อูโก เอกิติเก้ ในช่วงครึ่งหลัง ซึ่งเป็นจังหวะที่มีโอกาสเปลี่ยนเกมได้ทันที แต่หัวหอกชาวฝรั่งเศสกลับยิงไปติดเซฟ ทำให้ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสตีเสมอ
หลังจากนั้นแม้เจ้าถิ่นจะครองบอลได้มากกว่า และกดดันแนวรับซิตี้อย่างต่อเนื่อง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ ทำให้ต้องยอมรับความพ่ายแพ้คาบ้าน
ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้ ลิเวอร์พูลเเพ้ เป็นนัดสำคัญในช่วงลุ้นพื้นที่หัวตาราง และอาจส่งผลต่อเส้นทางลุ้นแชมป์ในระยะยาว หากยังแก้ปัญหาเกมรับและการจบสกอร์ไม่ได้
