เส้นทางอาชีพของ แบรนดอน วิลเลียมส์ อดีตฟูลแบ็กดาวรุ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของโลกฟุตบอลที่ไม่มีอะไรแน่นอน จากนักเตะที่เคยถูกจับตามองในฐานะตัวแทนระยะยาวของ ลุค ชอว์ วันนี้กลับต้องเผชิญความจริงในฐานะนักเตะไร้สังกัดอีกครั้ง ทั้งที่อายุเพิ่งแตะ 25 ปีเท่านั้น
วิลเลียมส์ ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ “ปีศาจแดง” อย่างโดดเด่นในช่วงแรกของอาชีพ ลงสนามมากกว่า 50 นัดในทุกรายการ และได้รับสัญญาฉบับใหม่ในปี 2020 เป็นเวลา 4 ปี พร้อมออปชันขยายเพิ่ม ซึ่งในเวลานั้นถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแข้งอนาคตของสโมสร และมีรายได้ต่อปีระดับหลายล้านปอนด์
อย่างไรก็ตาม เส้นทางที่เคยโรยด้วยโอกาสกลับเริ่มเปลี่ยนทิศ เมื่อบทบาทในทีมลดลงตามการเปลี่ยนแปลงของกุนซือและระบบการเล่น จนทำให้เขาต้องออกไปหาประสบการณ์กับสโมสรอื่นในรูปแบบสัญญายืมตัว และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความไม่แน่นอนในอาชีพ
จากความหวังของแมนยู สู่เส้นทางยืมตัวไม่รู้จบ
ฤดูกาล 2021/22 วิลเลียมส์ ถูกปล่อยยืมไปอยู่กับ นอริช ซิตี้ ที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้นในพรีเมียร์ลีก แม้จะได้โอกาสลงสนาม แต่ก็ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวหลักได้อย่างถาวร เมื่อกลับมาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โอกาสลงเล่นยิ่งลดลงในยุคของ เอริก เทน ฮาก จนถูกส่งตัวไป อิปสวิช ทาวน์ ในฤดูกาล 2023/24
จากนักเตะที่เคยถูกมองว่าเป็นกำลังหลักในอนาคต กลายเป็นผู้เล่นที่ต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่ทุกฤดูกาล การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมบ่อยครั้งส่งผลต่อความต่อเนื่องของฟอร์ม และทำให้เส้นทางอาชีพเริ่มสั่นคลอนอย่างชัดเจน
จุดพลิกผันนอกสนาม ของแบรนดอน วิลเลียมส์ และสถานะไร้สโมสรในวัย 25 ปี
จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตนักฟุตบอลรายนี้เกิดขึ้นในปี 2023 เมื่อเขาถูกตัดสินคดีขับรถอันตรายจากเหตุการณ์ใช้ความเร็วสูงจนเกิดอุบัติเหตุ ศาลสั่งโทษจำคุก 14 เดือน รอลงอาญา 2 ปี พร้อมบทลงโทษเพิ่มเติม เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นจากสโมสรต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังหมดสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในซัมเมอร์ปี 2024 วิลเลียมส์ ต้องตกอยู่ในสถานะนักเตะไร้สโมสรอยู่นานกว่า 1 ปี ก่อนจะได้รับโอกาสจาก ฮัลล์ ซิตี้ ในเดือนสิงหาคม 2025 แต่โอกาสครั้งนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เขาลงสนามให้ทีมเพียง 5 นาทีในฐานะตัวสำรอง ก่อนที่สโมสรจะตัดสินใจยกเลิกสัญญา เนื่องจากปัญหาความฟิต
จากรายได้ระดับพรีเมียร์ลีก สู่การต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในฐานะฟรีเอเยนต์ เรื่องราวของ แบรนดอน วิลเลียมส์ จึงกลายเป็นบทเรียนของนักเตะที่เคยมีอนาคตสดใส แต่ต้องสะดุดจากทั้งปัจจัยในสนามและนอกสนาม คำถามในเวลานี้คือ เขาจะสามารถกู้เส้นทางอาชีพกลับมาได้หรือไม่ หรือเรื่องราวนี้จะเป็นเพียงภาพจำของ “พรสวรรค์ที่หล่นหายไปตามกาลเวลา”
