สนาม Madring เจอคำถามหนัก! F1 เตรียมพิจารณาปรับโฉม หลังเปิดสนามสุดแซงยาก

สนาม Madring

สนาม Madring เปิดตัวในฐานะสนามใหม่ของศึกฟอร์มูลาวันที่กรุงมาดริด แต่การแข่งขันครั้งแรกกลับจบลงพร้อมคำถามมากมาย โดยเฉพาะเรื่องโอกาสแซงที่มีน้อยกว่าที่คาดคิด ขณะที่ คิมี อันโตเนลลี คว้าชัยชนะและนำหน้า แม็กซ์ เวอร์สแตappen กับ แลนโด นอร์ริส ซึ่งจบอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ

หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการออกแบบสนาม เพราะแม้จะเป็นแทร็กที่สร้างขึ้นใหม่เป็นส่วนใหญ่ แต่รูปแบบหลายจุดกลับทำให้การต่อสู้บนสนามเป็นเรื่องยาก นักขับหลายคนคาดการณ์ปัญหานี้ไว้ตั้งแต่ก่อนสุดสัปดาห์การแข่งขัน และเมื่อถึงวันแข่ง สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นไปตามนั้น

สนาม Madring เจอปัญหาอะไรจนแซงกันได้ยาก?

Madring ถูกออกแบบบนพื้นที่ใกล้ศูนย์แสดงสินค้า IFEMA และสนามบินบาราคัสของมาดริด โดยผสมผสานถนนที่มีอยู่เข้ากับส่วนของสนามที่สร้างขึ้นใหม่

จุดอ่อนสำคัญคือ ไม่มีทางตรงยาวที่นำเข้าสู่โค้งหักศอกหรือจุดเบรกหนัก ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วเป็นพื้นที่ที่รถ F1 มักใช้สร้างโอกาสแซง

นอกจากนี้ หลายโค้งยังบังคับให้นักขับต้องเบรกพร้อมกับหมุนรถเข้าโค้ง ทำให้การวางรถเคียงข้างคู่แข่งทำได้ยาก ขณะที่กำแพงบริเวณทางออกจากโค้งบางจุดยังบีบพื้นที่ของรถที่พยายามแซงให้เหลือน้อยลงอีก

อีกปัจจัยที่น่ากังวลคือ พิทเลนของ Madring มีความยาวมากที่สุดในปฏิทิน F1 การเข้าพิตจึงมีต้นทุนด้านเวลาสูง ส่งผลให้ทีมมีแรงจูงใจน้อยลงในการเปลี่ยนยางหลายครั้ง

เมื่อการแข่งขันมีแนวโน้มใช้กลยุทธ์แบบเข้าพิตครั้งเดียว นักขับก็ต้องประคองยางให้นานขึ้น และนั่นยิ่งลดโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์บนสนามซึ่งอาจนำไปสู่ Safety Car หรือ Virtual Safety Car

แลนโด นอร์ริส แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า สนามแห่งนี้สนุกสำหรับการขับในรอบควอลิฟาย แต่ยังไม่ใช่สนามแข่งที่ดีพอสำหรับการแข่งขันจริง

นอร์ริสเสนอทางแก้ Madring ยังมีโอกาสกลายเป็นแทร็กชั้นยอด

แม้จะวิจารณ์อย่างหนัก แต่ นอร์ริส ไม่ได้มองว่า Madring หมดอนาคต ตรงกันข้าม เขาเชื่อว่าสามารถปรับปรุงได้หลายจุด และทำให้สนามแห่งนี้กลายเป็นแทร็กที่สร้างการแข่งขันได้สนุกขึ้น

ข้อเสนอที่น่าสนใจคือการปรับบริเวณโค้ง 18 และ 19 ออก แล้วสร้างทางวิ่งที่ต่อเนื่องจากโค้ง 17 ไปยังโค้ง 20 พร้อมขยายพื้นที่บริเวณทางเข้าโค้งให้กว้างขึ้น ลักษณะคล้ายโค้งสำคัญของสนามเซอร์กิต ออฟ ดิ อเมริกาส์ ในเมืองออสติน

แนวคิดดังกล่าวจะช่วยให้นักขับมีพื้นที่มากขึ้นในการเลือกไลน์ และเพิ่มโอกาสที่รถจะวิ่งเคียงข้างกันก่อนเข้าสู่จุดเบรก

นอร์ริสยังมองว่าชิเคนบริเวณโค้ง 5 รวมถึงช่วงทางจากโค้ง 5 ไปยังโค้ง 7 ควรได้รับการทบทวน เพราะเป็นอีกส่วนที่ไม่ได้ช่วยสร้างจังหวะการต่อสู้มากนัก

หากมีการปรับแก้ตามแนวทางเหล่านี้ Madring อาจเปลี่ยนจากสนามที่เด่นเรื่องการขับจับเวลา ไปเป็นสนามที่มีทั้งความท้าทายและการแข่งขันที่เร้าใจ

ปัญหาของสนามไม่ได้มีแค่เรื่องแซง

นอกจากตัวแทร็กแล้ว พื้นที่พิทและแพดด็อกของ Madring ก็ถูกตั้งคำถามเช่นกัน เนื่องจากพื้นที่ทำงานของทีมถูกกระจายออกไปเป็นบริเวณกว้าง และบางส่วนอยู่แยกจากกัน

สำหรับทีม F1 ที่ต้องขนย้ายอุปกรณ์และทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดสุดสัปดาห์ การจัดวางพื้นที่ลักษณะนี้เพิ่มความยุ่งยากในการทำงาน

ปัญหาอีกด้านคือพื้นที่จัดการแข่งขันอยู่ท่ามกลางอาคารนิทรรศการขนาดใหญ่จำนวนมาก ทำให้การจัดวางพิทเลนและแพดด็อกให้เป็นพื้นที่เดียวกันทำได้ไม่ง่าย

การปรับตำแหน่งพิทเลน รวมถึงทำให้พื้นที่ทำงานของทีมอยู่ภายนอกและเชื่อมต่อกันมากขึ้น จึงอาจเป็นอีกประเด็นที่ผู้จัดต้องพิจารณาในอนาคต

Virtual Safety Car กับดราม่านอร์ริสที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนกติกา

อีกหนึ่งประเด็นใหญ่จาก Spanish Grand Prix คือจังหวะ Virtual Safety Car หรือ VSC ที่ทำให้ นอร์ริส เสียโอกาสคว้าชัยชนะ

นอร์ริสกำลังเป็นผู้นำการแข่งขัน แต่เขาขับผ่านทางเข้าพิทไปเพียงเล็กน้อยก่อนที่ VSC จะถูกเรียกใช้ ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าพิตภายใต้เงื่อนไขที่เสียเวลาน้อยลงเหมือนคู่แข่ง

เหตุการณ์ลักษณะนี้แตกต่างจากกรณีที่ทีมวางกลยุทธ์เพื่อรอ Safety Car หรือ VSC โดยตรง เพราะครั้งนี้ตำแหน่งของรถในช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นตัวตัดสินว่าใครได้ประโยชน์และใครเสียเปรียบ

หลังการแข่งขันจึงมีคำถามว่า F1 ควรกำหนดให้ VSC ทำงานอย่างน้อยหนึ่งรอบเต็มหรือไม่ เพื่อให้รถทุกคันมีโอกาสเผชิญสภาพการแข่งขันที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น

อันเดรีย สเตลลา หัวหน้าทีมแม็คลาเรน ยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เพราะอีกด้านหนึ่ง VSC และ Safety Car ก็เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันและความไม่แน่นอนที่ทำให้ F1 มีความน่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงกติกาจะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องของ F1 และ FIA ดังนั้นจึงไม่น่าจะเกิดขึ้นในทันที

ตลาดนักขับ F1 ปีหน้าอาจมีหน้าใหม่ แต่ยังมีไม่กี่ที่นั่ง

นอกจากเรื่องสนามและกติกาแล้ว การแข่งขันฤดูกาลหน้าก็เริ่มมีประเด็นให้ติดตาม โดยทีมที่ถูกจับตามากที่สุดคือ ฮาส ซึ่งอนาคตของ เอสเตบัน โอคอน ยังไม่แน่นอน

สองชื่อที่มีโอกาสเข้ามาแทนที่คือ เลโอนาร์โด ฟอร์นาโรลี แชมป์ Formula 2 คนปัจจุบันจากอิตาลี และ ราฟาเอล คามารา นักขับบราซิลของ Ferrari Driver Academy ที่กำลังรั้งอันดับ 2 ใน F2

ทั้งคู่เคยทดสอบรถกับฮาสและสร้างความประทับใจให้ทีม ขณะที่ ริโอะ ฮิราคาวะ นักขับสำรองของฮาสก็ยังอยู่ในกลุ่มผู้มีโอกาส แต่ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่มีโอกาสน้อยกว่า

อีกทีมที่ต้องจับตาคือ เรดบูลล์ ซึ่งอาจพิจารณาดัน นิโคล่า ซอลอฟ ผู้นำคะแนน F2 ชาวบัลแกเรียขึ้นสู่ Racing Bulls แต่หากเกิดขึ้นจริง ทีมจะต้องตัดสินใจว่าจะเปิดทางด้วยการปล่อย เลียม ลอว์สัน หรือ อาร์วิด ลินด์บลัด

ส่วน Cadillac มี โคลตัน เฮอร์ตา เป็นนักขับสำรอง แต่ผลงาน F2 ที่ยากลำบากในปีนี้ทำให้การเลื่อนขึ้นสู่ F1 ในปี 2027 มีความเสี่ยงไม่น้อย ขณะที่ อูโก อูโกชุควู เจ้าของแชมป์ Formula 3 ที่มาดริด ก็เป็นอีกหนึ่งนักขับอเมริกันที่ถูกพูดถึง แต่ยังน่าจะเร็วเกินไปสำหรับการขึ้น F1 ในปีหน้า

อนาคตของ เฟร์นานโด อลอนโซ ก็ยังเป็นอีกเครื่องหมายคำถามที่อาจทำให้ตลาดนักขับเปลี่ยนแปลงได้

#อัพเดททันทุกข่าวบาส
#อัพเดทข่าวบอลโลก
#ข่าวบอลอัปเดตล่าสุด