ศึก US Open รับผลกระทบ อย่างชัดเจนจากโปรแกรมการแข่งขันที่จบในช่วงเช้ามืด เมื่อผู้เล่นบางรายต้องลงสนามจนเกือบพระอาทิตย์ขึ้น ก่อนกลับไปพักผ่อนเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ขณะที่อีกฝ่ายมีเวลาฟื้นร่างกายมากกว่า สถานการณ์ดังกล่าวกำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบในรอบสำคัญของแกรนด์สแลมที่นิวยอร์ก
หนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ เบน เชลตัน ซึ่งใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง 34 นาทีของวันใหม่กว่าจะปิดเกมเอาชนะคาร์ลอส อัลการาซในรอบก่อนรองชนะเลิศ ขณะที่อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟก็ต้องเจอกับโปรแกรมดึกหลายครั้งตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
US Open รับผลกระทบ จากเกมที่ลากยาวถึงตีสาม
เชลตันสร้างผลงานสุดระทึกด้วยการโค่นอัลการาซในแมตช์ 5 เซต แต่เกมดังกล่าวสิ้นสุดลงเวลา 03.34 น. ตามเวลาท้องถิ่น กลายเป็นแมตช์ที่จบช้าที่สุดในประวัติศาสตร์ US Open
สถานการณ์ของซเวเรฟก็ไม่ต่างกันมากนัก มือวางอันดับ 1 ของรายการลงเล่นมาแล้ว 5 นัด และถึง 3 นัดต้องแข่งขันต่อเนื่องจนเลยเวลา 01.00 น.
เจ้าตัวยอมรับว่าตารางแข่งทำให้ร่างกายรู้สึกราวกับกำลังลงเล่นออสเตรเลียน โอเพ่น ทั้งที่อยู่ในนิวยอร์ก เพราะบางคืนต้องเข้านอนช้าถึง 06.45 น.
สำหรับรอบรองชนะเลิศ ซเวเรฟจะพบคาเรน คาชานอฟในช่วงบ่าย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของรายการปีนี้ที่เขาจะได้ลงเล่นในช่วงกลางวัน ต่างจากคู่แข่งที่ไม่เคยต้องลงสนามเลยเที่ยงคืน
ความแตกต่างของเวลาพักจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญ เพราะคาชานอฟมีเวลาพักและเตรียมตัวมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เชลตันเจอปัญหาพักฟื้น ก่อนดวลเทียโฟ
อีกหนึ่งคู่ที่น่าจับตาคือการพบกันระหว่างเชลตันกับฟรานเซส ติอาโฟ โดยทั้งสองคนมาจากสถานการณ์ที่แตกต่างกันอย่างมาก
เชลตันเพิ่งผ่านเกมมาราธอนกับอัลคาราซที่จบหลังตีสาม ขณะที่ติอาโฟปิดการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศกับอเล็กซ์ มิเคลเซนตั้งแต่ประมาณ 19.00 น. ของวันอังคาร หลังต้องดวลกันถึง 5 เซตเช่นกัน
แม้เชลตันจะมีเวลาพักจากสนามถึงสองวันก่อนรอบรองชนะเลิศ แต่ผลกระทบจากการนอนผิดเวลาอาจไม่ได้หายไปทันที
แมตต์ ลิตเติล อดีตโค้ชด้านความแข็งแรงและสภาพร่างกายของแอนดี เมอร์เรย์ มองว่าผู้เล่นที่ได้ลงสนามเร็วกว่าย่อมมีข้อได้เปรียบ เพราะสามารถพักผ่อนเต็มช่วงเย็นและนอนหลับตามเวลาปกติ
ลิตเติลยังชี้ว่า การอดนอนเพียงคืนเดียวอาจส่งผลต่อเนื่องไปอีกหลายวัน ดังนั้นการฟื้นฟูจึงไม่ใช่แค่การนอนให้ครบ แต่ต้องจัดการทั้งโภชนาการ น้ำ และการกลับเข้าสู่กิจวัตรปกติ
เชลตันเองยืนยันว่าเขาน่าจะพร้อมสำหรับรอบรองชนะเลิศ แต่แน่นอนว่าการฟื้นตัวจากเกมที่จบตอน 03.34 น. เป็นโจทย์ที่แตกต่างจากการพักหลังการแข่งขันช่วงค่ำตามปกติ
ปัญหาเกมจบเช้าไม่ใช่เรื่องใหม่ในแกรนด์สแลม
ประเด็นการแข่งขันลากยาวจนถึงรุ่งเช้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ US Open ก่อนหน้านี้ แอนดี เมอร์เรย์เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในออสเตรเลียน โอเพ่น 2023 หลังการแข่งขันจบประมาณ 04.00 น. และมีเวลานอนเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนต้องกลับมาที่สนามอีกครั้ง
เมอร์เรย์เคยวิจารณ์สถานการณ์ดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยมองว่าโปรแกรมแบบนี้ไม่เหมาะสมกับนักกีฬาระดับอาชีพ
หลังจากนั้น ออสเตรเลียน โอเพ่นมีการปรับจำนวนแมตช์ในช่วงกลางวันบนคอร์ตหลักจาก 3 คู่เหลือ 2 คู่ เพื่อช่วยลดโอกาสที่การแข่งขันรอบค่ำจะเริ่มล่าช้าเกินไป
ด้าน ATP และ WTA ก็ออกกฎในปี 2024 จำกัดไม่ให้การแข่งขันทัวร์ทั่วไปเริ่มหลังเวลา 23.00 น. แต่กฎดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมการแข่งขันแกรนด์สแลม
มงฟิลส์และวีนัสสะท้อนปัญหาการแข่งดึก
ก่อนหน้านี้ US Open ปีนี้ก็มีตัวอย่างของการแข่งขันที่เริ่มในเวลาผิดปกติ โดยวีนัส วิลเลียมส์และโซเฟีย เคนินเริ่มแมตช์รอบแรกหลังเที่ยงคืน เวลา 00.13 น. ซึ่งถือเป็นเวลาเริ่มแข่งขันที่ช้าที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการ
ในช่วง 7 คืนแรก มีการแข่งขันถึง 3 คู่ที่จบหลัง 02.00 น. และอีก 3 คู่จบหลัง 01.00 น. ก่อนที่แมตช์เชลตันกับอัลคาราซจะสร้างสถิติใหม่ด้วยการจบเวลา 03.34 น.
มาร์ตินา นาฟราติโลวา เจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 18 รายการ เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาแสดงความกังวล โดยมองว่าการแข่งขันในช่วงเช้ามืดจำนวนมากไม่ใช่เรื่องปกติและจำเป็นต้องมีการแก้ไข
อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งก็มีผู้มองว่าการแข่งขันช่วงดึกคือส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ US Open ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ของนิวยอร์กในฐานะเมืองที่ไม่เคยหลับใหล
ทางออกของ US Open อาจอยู่ที่การปรับเวลาแข่ง
หนึ่งในแนวทางที่ถูกเสนอมากที่สุดคือการขยับเวลาเริ่มเซสชันกลางคืนให้เร็วขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้แมตช์ทั้งหมดจบก่อนถึงช่วงเช้ามืด
แต่แนวคิดดังกล่าวมีข้อจำกัดทั้งเรื่องการถ่ายทอดสดและพฤติกรรมของแฟนกีฬาในนิวยอร์ก เนื่องจากผู้ชมจำนวนมากอาจไม่สามารถเดินทางมาถึงฟลัชชิง เมโดวส์ได้ก่อนเวลาประมาณ 19.00 น.
อีกทางเลือกที่รุนแรงกว่าคือการลดการแข่งขันชายในแกรนด์สแลมจากระบบ 5 เซตเหลือ 3 เซต ซึ่งได้รับความสนใจมากขึ้นหลังผู้บริหารเทนนิสออสเตรเลียเสนอว่าออสเตรเลียน โอเพ่นอาจพิจารณาแนวทางดังกล่าวในอนาคต
แต่แนวคิดนี้ยังเจอกระแสต่อต้านจากนักเทนนิส เพราะการแข่งขัน 5 เซตถือเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์แกรนด์สแลม
ติอาโฟเองก็ยอมรับว่าไม่มีใครอยากเล่นแมตช์ 5 เซตเป็นประจำ แต่เขายังเชื่อว่านี่คือรูปแบบการแข่งขันที่สร้างตำนานให้วงการเทนนิสมาอย่างยาวนาน
US Open รับผลกระทบหนัก นักหวดเจอเกมดึกถึงเช้า เสี่ยงเสียเปรียบในรอบตัดเชือก