เจสสิก้า อันดราเด้ ผันตัวเป็นพนักงานส่งอาหาร เผยพร้อมทำทุกงานเพื่อหารายได้

เจสสิก้า อันดราเด้

เมื่อ เจสสิก้า อันดราเด้ อดีตแชมป์โลก UFC รุ่นสตรอว์เวตหญิง สร้างความประหลาดใจให้แฟนกีฬาการต่อสู้ หลังเปิดเผยว่าปัจจุบันเธอรับงานเป็นพนักงานส่งอาหาร เพื่อหารายได้เสริมระหว่างพักรักษาอาการบาดเจ็บหัวไหล่ที่ทำให้ต้องหยุดแข่งขันมาเกือบหนึ่งปี

นักสู้ชาวบราซิลวัย 34 ปี ยืนยันว่าเธอพร้อมทำทุกอาชีพอย่างเต็มที่ เพราะเชื่อว่าการทำงานสุจริตไม่มีอะไรน่าอาย และเป็นวิธีดูแลชีวิตของตัวเองในช่วงที่ยังไม่สามารถกลับขึ้นสังเวียนได้

เจสสิก้า อันดราเด้ รับส่งอาหารผ่านแอป พร้อมทำทุกงานเพื่อเลี้ยงชีพ

อันดราเด้ เปิดเผยผ่านพอดแคสต์ด้านเอ็มเอ็มเอของบราซิลว่า ปัจจุบันเธอรับงานส่งอาหารและพัสดุผ่านแอปพลิเคชัน โดยเลือกรับออร์เดอร์ตามเวลาที่สะดวก ก่อนนำไปส่งให้ลูกค้าตามปกติ

เจ้าตัวระบุว่าไม่เคยรู้สึกอายกับงานดังกล่าว เพราะมองว่าทุกอาชีพมีคุณค่า หากสามารถสร้างรายได้อย่างสุจริต

นอกจากงานส่งอาหารแล้ว อดีตแชมป์ UFC ยังเริ่มช่วยเพื่อนทำงานจัดสวน ไม่ว่าจะเป็นการเคลียร์พื้นที่ วางสนามหญ้า ขนย้ายก้อนหิน รวมถึงทาสีรั้วบ้าน เพื่อเพิ่มทักษะและสร้างโอกาสในการหารายได้ในอนาคต

เธอยอมรับว่า หากมีช่วงที่รายได้จากการต่อสู้ลดลง งานเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นอีกอาชีพที่ช่วยพยุงชีวิตได้

เส้นทางของ เจสสิก้า กับปัญหาการเงินที่เคยเผชิญ

แม้จะเป็นอดีตแชมป์ UFC และผ่านการชกในองค์กรมาแล้วถึง 30 ไฟต์ นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2013 พร้อมเก็บชัยชนะได้ 17 ครั้ง แต่ชีวิตนอกเวทีของอันดราเด้กลับไม่ได้ราบรื่นเสมอไป

ก่อนหน้านี้เธอเคยเปิดเผยว่า

  • เคยนำอุปกรณ์แข่งขันของ UFC ทั้งชุดแข่งขัน ถุงมือ และกระเป๋าออกขาย เพราะหาสปอนเซอร์ไม่ได้
  • ลงแข่งขันถึง 5 ไฟต์ในปี 2023 เพื่อนำเงินไปจัดการค่าใช้จ่ายจากการหย่าร้าง
  • กล่าวหาอดีตโค้ชว่าหักเงินค่าตัวบางส่วน แม้อีกฝ่ายจะออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาก็ตาม

อย่างไรก็ตาม อันดราเด้ยืนยันว่า UFC ให้ค่าตอบแทนที่ดีในระดับหนึ่ง แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและปัญหาส่วนตัวทำให้เธอต้องมองหารายได้จากช่องทางอื่นเพิ่มเติม

ประเด็นค่าตอบแทนนักกีฬา UFC ถูกพูดถึงอีกครั้ง

การเปิดเผยของอันดราเด้ทำให้ประเด็นเรื่องค่าตอบแทนนักกีฬา UFC กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

รายงานหลายสำนักระบุว่า นักกีฬาของ UFC ได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการแข่งขันประมาณ 20% ของรายรับทั้งหมดขององค์กร ขณะที่วงการมวยสากลอาชีพ นักชกมักได้รับส่วนแบ่งสูงถึงประมาณ 60%

ประเด็นดังกล่าวยิ่งถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง หลังมีรายงานว่า คอเนอร์ เบนน์ เซ็นสัญญาชกเพียงไฟต์เดียวกับ Zuffa Boxing ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 11 ล้านปอนด์

ด้าน ดานา ไวต์ ประธาน UFC ยังคงยืนยันว่า ค่าตอบแทนของนักกีฬาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้นขององค์กร และเชื่อว่าระบบปัจจุบันยังคงเหมาะสม

#อัพเดททันทุกข่าวบาส
#อัพเดทข่าวบอลโลก
#ข่าวบอลอัปเดตล่าสุด