ราอูล ฮิเมเนซ กลายเป็นชื่อที่แฟนบอลทั่วโลกพูดถึงทันที หลังหัวหอกจอมเก๋าวัย 35 ปี ยิงประตูสำคัญพาทีมชาติเม็กซิโกเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 ด้วยชัยชนะเหนือแอฟริกาใต้ 2-0 ท่ามกลางบรรยากาศสุดเดือดที่สนามอัซเตกา สเตเดียม พร้อมภาพน้ำตาหลังจบสกอร์ที่สะเทือนใจแฟนบอลทั้งสนาม
สำหรับหลายคน นี่อาจเป็นเพียงประตูหนึ่งในฟุตบอลโลก แต่สำหรับ ฮิเมเนซ มันคือช่วงเวลาที่แทบเป็นไปไม่ได้จะเกิดขึ้น หลังเจ้าตัวเคยเผชิญเหตุการณ์เฉียดความตายในสนามเมื่อปี 2020 จากอาการกะโหลกร้าวรุนแรงระหว่างเกมพรีเมียร์ลีก
ราอูล ฮิเมเนซ คืนเวทีฟุตบอลโลกด้วยประตูแห่งชีวิต
เกมเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 ที่เม็กซิโกเป็นเจ้าภาพร่วม เริ่มต้นอย่างร้อนแรงเมื่อ ฮูเลียน กีโญเนส ยิงให้เจ้าถิ่นนำตั้งแต่นาทีที่ 9 ก่อนที่ช่วงครึ่งหลัง ราอูล ฮิเมเนซ จะโหม่งเต็มศีรษะจากลูกเปิดของ โรแบร์โต อัลวาราโด ส่งบอลเสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด
ทันทีที่บอลเข้าประตู ดาวยิงหมายเลข 9 กระโดดดีใจ ก่อนชี้นิ้วขึ้นฟ้าเพื่ออุทิศให้กับคุณพ่อของเขาที่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จากนั้นอารมณ์ทุกอย่างก็เอ่อล้นออกมาเป็นน้ำตา ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลกว่า 80,000 คนในสนาม
ประตูดังกล่าวยังเป็นประตูที่ 46 ในนามทีมชาติของ ฮิเมเนซ ทำให้เขาขยับขึ้นมาเป็นดาวยิงสูงสุดอันดับ 2 ตลอดกาลของเม็กซิโก เทียบเท่าตำนานอย่าง ฮาเวียร์ “ชิชาริโต้” เอร์นานเดซ
จากอุบัติเหตุสยอง สู่การกลับมายืนหยัดอีกครั้ง
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2020 ราอูล ฮิเมเนซ ได้รับบาดเจ็บหนักจากจังหวะปะทะศีรษะกับ ดาวิด ลุยซ์ กองหลังอาร์เซนอล ในเกมพรีเมียร์ลีก จนหมดสติคาสนามและต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที
อาการกะโหลกร้าวครั้งนั้นทำให้หลายฝ่ายกังวลถึงขั้นว่าเขาอาจไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีก บางช่วงชีวิตถึงขั้นต้องลุ้นเรื่องความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน
เจ้าตัวต้องพักรักษาตัวนานหลายเดือน และใช้เวลากว่า 8 เดือนกว่าจะกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง พร้อมกับการสวมเฮดแบนด์ป้องกันศีรษะซึ่งกลายเป็นภาพจำของเขาจนถึงทุกวันนี้
แม้เส้นทางหลังจากนั้นจะเต็มไปด้วยคำถามเรื่องฟอร์มการเล่นและสภาพจิตใจ แต่กองหน้าชาวเม็กซิกันไม่เคยยอมแพ้ ก่อนค่อย ๆ เรียกความมั่นใจกลับมาอีกครั้งทั้งกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน และทีมชาติเม็กซิโก
ฟุตบอลโลก 2026 กับค่ำคืนที่แฟนบอลไม่มีวันลืม
นี่ถือเป็นการออกสตาร์ตตัวจริงครั้งแรกของ ราอูล ฮิเมเนซ ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หลังที่ผ่านมาเขามักได้รับบทบาทตัวสำรองในปี 2014, 2018 และ 2022
อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษอย่าง แกรี เนวิลล์ ยกให้ประตูนี้อาจเป็น “ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตค้าแข้ง” ของดาวยิงเม็กซิโก เพราะเกิดขึ้นต่อหน้าแฟนบอลบ้านเกิดในเวทีฟุตบอลโลก
ขณะที่ เอียน ไรต์ ก็ยอมรับว่าภาพน้ำตาของ ฮิเมเนซ หลังยิงประตูได้ เป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่สะเทือนอารมณ์ที่สุดของทัวร์นาเมนต์
ราอูล ฮิเมเนซ ยังไม่หยุดแค่ตรงนี้
ชัยชนะนัดแรกทำให้เม็กซิโกกุมความได้เปรียบในกลุ่มทันที และยังมีโอกาสสูงในการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลก 2026
สำหรับ ราอูล ฮิเมเนซ เรื่องราวของเขาอาจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องฟุตบอลอีกต่อไป แต่คือบทพิสูจน์ของหัวใจนักสู้ที่กลับมายืนได้อีกครั้ง หลังเคยเผชิญช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิต
ราอูล ฮิเมเนซ จากเกือบเสียชีวิตสู่ฮีโร่เม็กซิโก เปิดฟุตบอลโลก 2026 สุดซึ้ง