หากมีการพูดถึงหนึ่งในดีลที่ถูกจับตามองมากที่สุดของฟุตบอลอังกฤษในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อของ อเล็กซานเดอร์ ไอซัค คงเป็นหนึ่งในนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
กองหน้าทีมชาติสวีเดนย้ายจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด สู่ลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 125 ล้านปอนด์เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2025 พร้อมความคาดหวังว่าจะกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการพาทีมหงส์แดงลุ้นแชมป์ต่อเนื่อง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม เมื่อฤดูกาลแรกของเขาที่แอนฟิลด์เต็มไปด้วยอุปสรรคและส่งผลกระทบต่อทั้งสองสโมสรอย่างชัดเจน
เรื่องราวของ อเล็กซานเดอร์ ไอซัค กับฤดูกาลแรกที่ลิเวอร์พูลไม่เป็นตามแผน
หลังสร้างชื่อกับนิวคาสเซิลจากผลงานถล่มประตูอย่างต่อเนื่อง ไอซัคตัดสินใจผลักดันการย้ายทีมด้วยความหวังที่จะคว้าแชมป์รายการใหญ่ในอาชีพค้าแข้ง
ลิเวอร์พูลในเวลานั้นเพิ่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและเสริมทัพอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็น ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, อูโก้ เอกิติเก้, เจเรมี ฟริมปง และ มิลอส เคอร์เคซ ทำให้หลายฝ่ายมองว่าพวกเขาคือทีมเต็งสำหรับการป้องกันแชมป์
อย่างไรก็ตาม ฤดูกาล 2025-26 กลับกลายเป็นปีแห่งความผิดหวังของทั้งสโมสรและตัวนักเตะ
ไอซัคลงสนามในพรีเมียร์ลีกเพียงบางช่วงของฤดูกาล หลังได้รับบาดเจ็บกระดูกข้อเท้าและกระดูกน่องแตกในเดือนธันวาคม ส่งผลให้ต้องพักรักษาตัวยาวหลายเดือน
ตลอดฤดูกาล เขาทำได้เพียง 4 ประตูจากการลงสนาม 22 นัด และออกสตาร์ตเป็นตัวจริงเพียง 13 เกมเท่านั้น ซึ่งถือเป็นผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานของกองหน้าที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกอย่างมาก
ลิเวอร์พูลสะดุด แม้ลงทุนมหาศาล
การขาดหายไปของไอซัคส่งผลต่อเกมรุกของลิเวอร์พูลโดยตรง
แม้ทีมจะทุ่มงบเสริมทัพอย่างหนักในตลาดนักเตะ แต่ผลงานกลับไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จนจบฤดูกาลด้วยอันดับ 5 ของตาราง ตามหลังแชมป์อย่างอาร์เซนอลถึง 25 คะแนน
สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การแยกทางกับ อาร์เนอ สล็อต หลังจบฤดูกาล และสโมสรต้องเริ่มต้นกระบวนการสร้างทีมใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ภายในสโมสรยังเชื่อมั่นว่า ฤดูกาลที่ผ่านมาเป็นเพียงเหตุการณ์ผิดปกติของไอซัค และหากกลับมาฟิตสมบูรณ์ เขายังสามารถคืนฟอร์มระดับท็อปได้
ประตูสุดสวยที่เขายิงให้ทีมชาติสวีเดนในเกมอุ่นเครื่องกับนอร์เวย์เมื่อเร็ว ๆ นี้ เป็นสัญญาณเชิงบวกที่ทำให้แฟนบอลเริ่มกลับมามีความหวังอีกครั้ง
เรื่องราวของ อเล็กซานเดอร์ ไอซัค กับผลกระทบที่นิวคาสเซิลต้องเผชิญ
ขณะที่ลิเวอร์พูลได้รับผลกระทบจากอาการบาดเจ็บของไอซัค ฝั่งนิวคาสเซิลก็ต้องเผชิญปัญหาไม่ต่างกัน
เอ็ดดี ฮาว เคยยอมรับว่า การสูญเสียกองหน้ารายนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทีม เพราะไอซัคคือศูนย์กลางในเกมรุกของสโมสรตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมา
ก่อนย้ายทีม เขายิงให้สาลิกาดงถึง 62 ประตูจาก 109 นัด รวมถึงประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ ปี 2025 ที่พาทีมคว้าแชมป์รายการใหญ่ในประเทศครั้งแรกในรอบกว่า 70 ปี
หลังการจากไปของเขา นิวคาสเซิลมีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในการจบสกอร์อย่างชัดเจน
แม้ทีมจะสร้างโอกาสสำคัญได้จำนวนมาก แต่เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูลดลงจากฤดูกาลก่อน ส่งผลให้ทีมเสียแต้มจากสถานการณ์ที่ควรคว้าชัยหลายครั้ง และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 12 ของตาราง
ฮาวต้องทดลองใช้งานกองหน้าหลายราย ก่อนจะหาตัวเลือกที่ลงตัวในช่วงท้ายฤดูกาล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างที่ไอซัคทิ้งเอาไว้
เรื่องราวของ อเล็กซานเดอร์ ไอซัค จากดีลประวัติศาสตร์สู่ฤดูกาลที่ไม่เป็นดั่งฝัน กระทบทั้งลิเวอร์พูลและนิวคาสเซิล