ประเด็นเรื่องเงินสนับสนุนนักกีฬา ไอซ์ฮอกกี้ ทีมชาติไทย กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังอดีตนักกีฬาทีมชาติออกมาเปิดเผยว่าได้รับเงินจริงเพียง 5,000 บาท จากยอดที่ลงนามรับไว้ 28,000 บาท จนเกิดข้อสงสัยถึงความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณ
ล่าสุด สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย ออกมาชี้แจงว่า ตัวเลข 28,000 บาทต่อคนที่ถูกกล่าวถึงนั้น เป็น “งบส่งแข่งขันต่างประเทศ” ต่อ 1 นักกีฬา ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายหลายส่วน ไม่ได้หมายถึงเบี้ยเลี้ยงทั้งหมดตามที่สังคมเข้าใจ
สมาคมไอซ์ฮอกกี้ ชี้เเจงเงิน 28,000 บาท คือค่าส่งแข่ง ไม่ใช่เบี้ยเลี้ยงล้วน
สมาคมไอซ์ฮอกกี้ อธิบายว่า งบประมาณ 28,000 บาทต่อคน ประกอบด้วย
ค่าตั๋วเครื่องบิน
ค่าที่พัก
ค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา (ขั้นต่ำวันละ 1,000 บาท)
หากการแข่งขันใช้เวลา 5 วัน นักกีฬาจะได้รับเบี้ยเลี้ยงรวม 5,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 23,000 บาทจะเป็นค่าเดินทางและค่าที่พัก โดยเงินก้อนนี้เป็นงบที่ได้รับการสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)
ตัวอย่างเช่น หากส่งนักกีฬา 20 คน จะใช้งบรวม 560,000 บาท (28,000 x 20) และหากค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่างบที่ได้รับ สมาคมต้องควักเงินสำรองจ่ายเอง
ในกรณีบางรายการแข่งขันที่ไม่ได้รับงบสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะทัวร์นาเมนต์ในยุโรป ซึ่งเป็นศูนย์กลางของกีฬาไอซ์ฮอกกี้ ค่าเดินทางจะสูงขึ้นมาก เช่น การแข่งขันรอบคัดเลือกโอลิมปิกฤดูหนาวที่เนเธอร์แลนด์ที่ผ่านมา นักกีฬาต้องใช้ค่าตั๋วเครื่องบินสูงถึงคนละ 58,000 บาท และไม่มีเบี้ยเลี้ยงจากภาครัฐ
เหตุผลที่ต้องเรียกคืนอุปกรณ์แข่งขันทีมชาติ
ในประเด็นที่นักกีฬาบางรายระบุว่า สมาคมเรียกคืนอุปกรณ์ทุกครั้งหลังจบการแข่งขัน ทางสมาคมไอซ์ฮอกกี้ ชี้แจงว่า อุปกรณ์อย่างเช่น
ชุดเกราะ
เฮดการ์ด
กางเกงแข่งขัน
ล้วนเป็นทรัพย์สินของสมาคม ซึ่งจัดซื้อเพื่อใช้ร่วมกันในนามทีมชาติไทย นักกีฬาทุกคนจึงมีหน้าที่ต้องคืนหลังจบทัวร์นาเมนต์ เพื่อให้นำไปใช้กับนักกีฬาคนอื่นต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ “ไม้ฮอกกี้” สมาคมยืนยันว่ามีการสนับสนุนนักกีฬาทุกคน โดยให้นักกีฬาซื้อไม้ที่เหมาะกับตนเองได้ แล้วนำหลักฐานการซื้อมาเบิกคืนภายหลัง หรือแจ้งร้านค้าเพื่อให้สมาคมชำระเงินโดยตรง
สมาคมย้ำว่า การบริหารงบประมาณทั้งหมดเป็นไปตามกรอบที่ได้รับจากหน่วยงานรัฐ และพยายามสนับสนุนนักกีฬาให้ได้มากที่สุดภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณในกีฬาที่มีต้นทุนสูงอย่าง ไอซ์ฮอกกี้
