สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินหน้าคัดเลือกจังหวัดเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 52 ประจำปี 2026 โดยวางโปรแกรมแข่งในช่วงปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ระหว่างวันที่ 9-17 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นเกมระดับ International “A” Match และมีผลต่อคะแนนแรงกิงของ FIFA อย่างเป็นทางการ
สมาคมฯ เปิดโอกาสให้จังหวัดต่าง ๆ เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และผลักดันการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยสามารถยื่นความจำนงได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคม 2569 ผ่านหนังสือราชการหรืออีเมลของสมาคมฯ
เงื่อนไขหลักคัดเลือกจังหวัด เจ้าภาพคิงส์คัพ 2026
จังหวัดที่สนใจต้องมีศักยภาพรองรับการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยเกณฑ์เบื้องต้นที่สมาคมฯ กำหนดไว้ ประกอบด้วย
สนามแข่งขัน ได้มาตรฐานขั้นต่ำระดับไทยลีกหรือเอเอฟซี พร้อมห้องแต่งตัวอย่างน้อย 4 ห้อง และสนามซ้อมไม่น้อยกว่า 2 แห่ง
ระบบไฟสนามแข่งขัน ความสว่างไม่น้อยกว่า 1,800 ลักซ์
สนามซ้อม ต้องได้มาตรฐานและมีไฟส่องสว่างไม่น้อยกว่า 800 ลักซ์ อย่างน้อย 3 สนาม
โรงแรมระดับ 4-5 ดาว เพียงพอสำหรับทีม แขกผู้ตัดสิน และเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน
บริการอาหารนานาชาติและอาหารฮาลาล
การเดินทางสะดวก จากสนามบินนานาชาติหรือสนามบินภายในประเทศ ไม่ใช้ระยะทางไกลเกินไป
บุคลากรจัดการแข่งขัน มีความพร้อมด้านการบริหารและประสานงาน
จัดคิงส์คัพ = โอกาสพัฒนาเมืองและกีฬาไทย
สมาคมฟุตบอลฯ ย้ำว่าการคัดเลือกเจ้าภาพในภูมิภาคต่าง ๆ ไม่ได้มองแค่เรื่องฟุตบอล แต่เป็นการลงทุนทางภาพลักษณ์ของจังหวัด ทั้งในด้านสนามกีฬา ระบบสาธารณูปโภค และการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยยกระดับสนามกีฬาไทยให้เข้าใกล้มาตรฐานสากลมากขึ้น
แนวทางจัดแข่งในต่างจังหวัดยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง หลังเคยประสบความสำเร็จจากหลายพื้นที่ในอดีต สร้างกระแสฟุตบอลทีมชาติในภูมิภาค และเพิ่มรายได้หมุนเวียนให้ชุมชนอย่างชัดเจน
สำหรับจังหวัดที่สนใจเป็น เจ้าภาพคิงส์คัพ2026 ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการผลักดันเมืองสู่เวทีนานาชาติ ผ่านทัวร์นาเมนต์ระดับชาติที่แฟนบอลทั่วประเทศจับตามอง
