ประเทศไทยเดินหน้าเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 อย่างเป็นทางการ โดยกรุงเทพมหานครผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ร่วมชิงสิทธิ์กับ เมืองอาซุนซิออน ประเทศปารากวัย และเมืองซานติอาโก ประเทศชิลี ท่ามกลางความเชื่อมั่นในศักยภาพด้านกีฬา การศึกษา และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) อยู่ระหว่างกระบวนการคัดเลือกเมืองเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเยาวชน ฤดูร้อน ครั้งที่ 5 ปี 2030 ซึ่งรัฐบาลไทย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีให้เสนอตัวเข้าชิงสิทธิ์จัดการแข่งขัน และขณะนี้กรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในสามเมืองสุดท้ายที่ผ่านการพิจารณา
กกท.มั่นใจความพร้อมไทย ตอบโจทย์ไอโอซีรอบด้าน
ผู้ว่าการ กกท. ระบุว่า กรุงเทพมหานครจะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำเอกสารนำเสนอศักยภาพต่อไอโอซี โดยเน้นจุดแข็งของประเทศไทยในหลายมิติ ไม่เพียงด้านโครงสร้างพื้นฐานและสนามกีฬาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาเยาวชนผ่านกิจกรรมกีฬา การส่งเสริมการศึกษา และการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับชุมชนในระยะยาว
ทั้งนี้ ประเทศไทยเชื่อมั่นว่าความพร้อมในภาพรวม ทั้งระบบคมนาคม การท่องเที่ยว บุคลากรด้านกีฬา และประสบการณ์จัดมหกรรมระดับนานาชาติ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการคว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพไม่แพ้คู่แข่งจากทวีปอเมริกาใต้
ยูธโอลิมปิกเกมส์ เวทีเยาวชนโลก จัดทุก 4 ปี
สำหรับ ยูธโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน เป็นมหกรรมกีฬาระดับโลกสำหรับนักกีฬาช่วงอายุ 15-18 ปี บรรจุชนิดกีฬาใกล้เคียงกับโอลิมปิกเกมส์ และจัดขึ้นทุก 4 ปี โดยเคยจัดมาแล้ว 4 ครั้ง ได้แก่ สิงคโปร์ ปี 2010, นานกิง ปี 2014, บัวโนสไอเรส ปี 2018 และครั้งล่าสุดที่เมืองดาการ์ ประเทศเซเนกัล ซึ่งถูกเลื่อนจากปี 2022 ไปแข่งขันในปี 2026 เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19
ไอโอซีเตรียมประกาศชื่อเมืองเจ้าภาพยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 อย่างเป็นทางการในช่วงกลางปีนี้ ซึ่งหากประเทศไทยได้รับเลือก จะนับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการกีฬาไทยบนเวทีโลก และเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศสู่สายตานานาชาติ
